บล็อก

ข้าวเหนียวมะม่วง ต้นทุน 85 บาท ขายเท่าไรถึงไม่ขาดทุน?

ข้าวเหนียวมะม่วงต้นทุน 85 บาทควรขายเท่าไร คิดครบทั้งมะม่วง กะทิ กล่อง ค่าแรง ของเสีย และเดลิเวอรี

เผยแพร่ 6 ก.พ. 2569
·
อัปเดต 11 พ.ค. 2569
ข้าวเหนียวมะม่วงเมนูหน้าร้อนตั้งราคาคาเฟ่ประเทศไทย
สารบัญ

สรุปเร็ว

  • เมนูขายดีอาจกำไรบางถ้าชั่งมะม่วงไม่คงที่หรือใช้ราคาเดียวกันทั้งหน้าร้านและเดลิเวอรี
  • ถ้าต้นทุนรวม 85 บาท และเป้าต้นทุน 35% ราคาขั้นต่ำคือประมาณ 243 บาท
  • ใช้ KitchenCost แยกสูตรหน้าร้านกับเดลิเวอรี เพื่อเห็นต้นทุนต่อกล่องก่อนเปิดขายจริง

บทความนี้ปรับใหม่ให้เริ่มจากตัวเลขที่เจ้าของร้านใช้ตัดสินใจได้ทันที: ต้นทุนต่อชุด ราคาขั้นต่ำ และจุดที่กำไรมักรั่ว ก่อนค่อยลงรายละเอียดสูตรคำนวณ

รายการตัวเลข
ต้นทุนรวมต่อกล่อง85 บาท (มะม่วง 32 + ข้าวเหนียว 18 + กะทิ 9 + กล่อง 8 + ค่าแรง 12 + ของเสีย 4 + ค่าธรรมเนียม 2)
สูตรราคาขาย = ต้นทุนรวม / เป้าหมายต้นทุนอาหาร
เป้า 35%85 / 0.35 = 243 บาท (ช่วงทดสอบ 239-259 บาท)
จุดพลาดอันดับ 1ชั่งมะม่วงไม่เท่ากัน + ราคาหน้าร้านกับเดลิเวอรีเท่ากัน

เมนูข้าวเหนียวมะม่วง มักขายดีมากในช่วงหน้าร้อน และเป็นคำค้นยอดนิยมของลูกค้า

แต่หลายร้านขายดีแล้วกำไรไม่ขึ้น เพราะคิดแค่ราคามะม่วง แล้วลืมกะทิ ค่ากล่อง และของเสีย

บทความนี้จะพาคิดแบบทีละขั้น ให้ทำตามได้ง่าย


เริ่มจากตัวเลข

  • คิดต้นทุนข้าวเหนียวมะม่วงต่อจานจากน้ำหนักจริง
  • แยกราคาหน้าร้านกับเดลิเวอรีจะคุมกำไรง่ายกว่า
  • อัปเดตราคาวัตถุดิบรายสัปดาห์ช่วงผลไม้พีก

สูตรคำนวณ

ราคาขายต่อเสิร์ฟ = (มะม่วง + ข้าวเหนียว + กะทิ + ท็อปปิง + บรรจุภัณฑ์ + ค่าแรง + ค่าเสียหาย + ค่าธรรมเนียม) / เป้าหมายต้นทุนอาหาร

สูตรนี้ช่วยตอบคำถามสำคัญว่า “ขายเท่าไรถึงยังเหลือกำไร” ถ้าตั้งเป้าต้นทุนอาหาร 35% แปลว่าต้นทุนอาหารควรอยู่ประมาณ 35 บาท ต่อยอดขาย 100 บาท


ตัวอย่าง (บาท) - ข้าวเหนียวมะม่วงเดลิเวอรี 1 กล่อง

  • มะม่วงสุก: 32 บาท
  • ข้าวเหนียวมูน: 18 บาท
  • กะทิราดและถั่วทอง: 9 บาท
  • กล่อง + ช้อน + ถุง: 8 บาท
  • ค่าแรงเตรียมและแพ็ก: 12 บาท
  • เผื่อของเสีย: 4 บาท
  • ค่าธรรมเนียมชำระเงิน: 2 บาท

ต้นทุนรวม: 85 บาท

ถ้าใช้เป้าหมายต้นทุนอาหาร 35%:

85 / 0.35 = 243 บาท

ช่วงราคาที่ทดลองได้: 239 - 259 บาท


จุดพลาดที่พบบ่อย

  1. ชั่งมะม่วงไม่เท่ากันในแต่ละกล่อง
  2. คิดราคาหน้าร้านและเดลิเวอรีเท่ากัน
  3. ไม่บวกค่ากล่องกันกระแทก
  4. รอให้ขาดทุนก่อนค่อยปรับราคา

อ่านต่อ


แหล่งข้อมูลอ้างอิงในไทย


คำนวณใน KitchenCost

ก่อนรับออเดอร์จริง ให้สร้างเมนูหรือแพ็กเกจใน KitchenCost แล้วใส่ต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ค่าแรง และของเสียแยกบรรทัด เมื่อราคาวัตถุดิบหรือจำนวนออเดอร์เปลี่ยน จะเห็นต้นทุนต่อหน่วยและราคาขายที่ควรปรับได้ทันที

ลงมือทำตอนนี้

  • ชั่งน้ำหนักมะม่วงและข้าวเหนียวต่อเสิร์ฟให้เป็นมาตรฐาน
  • แยกต้นทุนหน้าร้านกับเดลิเวอรีให้ชัดเจน
  • คำนวณราคาขายจากสูตร
  • ทดสอบจริง 1 สัปดาห์
  • เช็กมาร์จินและปรับราคาตามต้นทุนวัตถุดิบ

คำถามที่พบบ่อย

หน้าร้อนควรขายข้าวเหนียวมะม่วงแบบจานหรือแบบกล่อง?

ขายได้ทั้งสองแบบ แต่ควรแยกราคาให้ชัด เพราะต้นทุนแพ็กเกจต่างกัน

ต้องคิดต้นทุนกะทิและท็อปปิงละเอียดขนาดไหน?

ควรคิดตามกรัมหรือมิลลิลิตรต่อเสิร์ฟ เพราะวัตถุดิบกลุ่มนี้มีผลต่อกำไรชัดเจน

ควรตั้งราคาต่างกันระหว่างหน้าร้านกับเดลิเวอรีไหม?

ควรพิจารณาแยก เพราะเดลิเวอรีมีค่ากล่องและค่าธรรมเนียมเพิ่ม

ถ้ามะม่วงแพงขึ้นทันที ควรทำอย่างไร?

อัปเดตราคาสำหรับออเดอร์ใหม่และสื่อสารลูกค้าให้ชัด จะช่วยกันมาร์จินหาย

ลองคำนวณต้นทุนสูตรแรกของคุณ

ใส่ราคาวัตถุดิบ แล้วดูต้นทุน มาร์จิน และราคาขายได้ทันที