สรุปเร็ว
- เมนูขายดีอาจกำไรบางถ้าชั่งมะม่วงไม่คงที่หรือใช้ราคาเดียวกันทั้งหน้าร้านและเดลิเวอรี
- ถ้าต้นทุนรวม 85 บาท ขายผ่านแอปที่หัก GP 30% และตั้งเป้าอัตรากำไร 20% ราคาควรอยู่ราว 170 บาท ถ้าต่ำกว่าราว 122 บาทจะขาดทุนทุกกล่อง
- ใช้ KitchenCost แยกสูตรหน้าร้านกับเดลิเวอรี เพื่อเห็นต้นทุนต่อกล่องก่อนเปิดขายจริง
| รายการ | ตัวเลข |
|---|---|
| ต้นทุนรวมต่อกล่อง | 85 บาท (มะม่วง 32 + ข้าวเหนียว 18 + กะทิ 9 + กล่อง 8 + ค่าแรง 12 + ของเสีย 4 + ค่าธรรมเนียม 2) |
| สูตร | ราคาขาย = ต้นทุนรวม ÷ (1 − ค่า GP − อัตรากำไรเป้าหมาย) |
| GP 30% + อัตรากำไร 20% | 85 ÷ 0.50 = 170 บาท (ช่วงทดสอบ 175-189 บาท) |
| จุดคุ้มทุนบนแอป | 85 ÷ 0.70 ≈ 122 บาท ต่ำกว่านี้ขาดทุนทุกกล่อง |
| จุดพลาดอันดับ 1 | ชั่งมะม่วงไม่เท่ากัน + ราคาหน้าร้านกับเดลิเวอรีเท่ากัน |
ข้าวเหนียวมะม่วงมักขายดีมากในช่วงหน้าร้อน
แต่หลายร้านขายดีแล้วกำไรไม่ขึ้น เพราะคิดแค่ราคามะม่วง แล้วลืมกะทิ ค่ากล่อง ของเสีย และค่า GP
บทความนี้จะพาคิดแบบทีละขั้น ให้ทำตามได้ง่าย
เริ่มจากตัวเลข
- คิดต้นทุนข้าวเหนียวมะม่วงต่อจานจากน้ำหนักจริง
- แยกราคาหน้าร้านกับเดลิเวอรีจะคุมกำไรง่ายกว่า
- อัปเดตราคาวัตถุดิบรายสัปดาห์ช่วงผลไม้พีก
สูตรคำนวณ
ราคาขายต่อเสิร์ฟ = (มะม่วง + ข้าวเหนียว + กะทิ + ท็อปปิง + บรรจุภัณฑ์ + ค่าแรง + ค่าเสียหาย + ค่าธรรมเนียม) ÷ (1 − ค่า GP − อัตรากำไรเป้าหมาย)
สูตรนี้ช่วยตอบคำถามสำคัญว่า “ขายเท่าไรถึงยังเหลือกำไร” ค่า GP คิดจากราคาขาย ส่วนอัตรากำไรคือกำไรที่เหลือเทียบกับราคาขาย ถ้าตั้งเป้า 20% แปลว่าขาย 100 บาท ต้องเหลือกำไรประมาณ 20 บาทหลังหัก GP และต้นทุนทั้งหมดในสูตร ถ้าขายหน้าร้านที่ไม่มี GP ให้ใส่ GP เป็น 0
ตัวอย่าง (บาท) - ข้าวเหนียวมะม่วงเดลิเวอรี 1 กล่อง
- มะม่วงสุก: 32 บาท
- ข้าวเหนียวมูน: 18 บาท
- กะทิราดและถั่วทอง: 9 บาท
- กล่อง + ช้อน + ถุง: 8 บาท
- ค่าแรงเตรียมและแพ็ก: 12 บาท
- เผื่อของเสีย: 4 บาท
- ค่าธรรมเนียมชำระเงิน: 2 บาท
ต้นทุนรวม: 85 บาท
ถ้าขายผ่านแอปที่หัก GP 30% และตั้งเป้าอัตรากำไร 20%:
85 ÷ (1 − 0.30 − 0.20) = 85 ÷ 0.50 = 170 บาท
ตรวจสอบ: GP 30% ของ 170 บาท = 51 บาท เหลือ 170 − 51 − 85 = 34 บาท หรือ 20% ของราคาขาย
ช่วงราคาที่ทดลองได้: 175 - 189 บาท ถ้าขายต่ำกว่าราว 122 บาท (85 ÷ 0.70) ร้านจะขาดทุนทุกกล่องหลังหัก GP
จุดพลาดที่พบบ่อย
- ชั่งมะม่วงไม่เท่ากันในแต่ละกล่อง
- คิดราคาหน้าร้านและเดลิเวอรีเท่ากัน
- ไม่บวกค่ากล่องกันกระแทก
- รอให้ขาดทุนก่อนค่อยปรับราคา
อ่านต่อ
- คู่มือตั้งราคาชุดหมูกระทะหน้าหนาวเดลิเวอรี
- คู่มือตั้งราคาข้าวกล่องวันแรงงาน
- รับจัดเลี้ยงงานบวช 30 ที่ ตั้งราคาเท่าไรถึงไม่ขาดทุน?
- คู่มือตั้งราคาสแน็กบ็อกซ์เปิดเทอม
แหล่งข้อมูลอ้างอิงในไทย
คำนวณใน KitchenCost
ก่อนรับออเดอร์จริง ให้สร้างสูตรของเมนูหรือแพ็กเกจใน KitchenCost จากราคาซื้อและปริมาณที่ใช้ของวัตถุดิบแต่ละอย่าง เพื่อดูต้นทุนวัตถุดิบต่อหน่วย ส่วนค่าแรง ค่าส่ง และของเสียให้บวกแยกตามสูตรด้านบน เมื่อราคาวัตถุดิบเปลี่ยน ต้นทุนของสูตรที่ใช้วัตถุดิบนั้นจะอัปเดตตาม แล้วคุณค่อยตัดสินใจเรื่องราคาขายเอง
ลงมือทำตอนนี้
- ชั่งน้ำหนักมะม่วงและข้าวเหนียวต่อเสิร์ฟให้เป็นมาตรฐาน
- แยกต้นทุนหน้าร้านกับเดลิเวอรีให้ชัดเจน
- คำนวณราคาขายจากสูตร
- ทดสอบจริง 1 สัปดาห์
- เช็กกำไรและปรับราคาตามต้นทุนวัตถุดิบ