บล็อก

คู่มือตั้งราคาข้าวกล่องวันแรงงาน: ออเดอร์โรงงานจำนวนมาก แต่กำไรยังคุมได้

คำนวณราคาข้าวกล่องออเดอร์โรงงานวันแรงงานจากวัตถุดิบ กล่อง ค่าแรง ค่าส่ง และโควตาผลิตต่อรอบ

โดย KitchenCost
·
เผยแพร่ 6 ก.พ. 2569
·
อัปเดต 9 ต.ค. 2569
วันแรงงานข้าวกล่องโรงงานตั้งราคาประเทศไทย
สารบัญ

สรุปเร็ว

  • ออเดอร์โรงงานจำนวนมากต้องตั้งราคาจากกำลังผลิตจริง ไม่ใช่แค่ราคาต่อกล่องที่ลูกค้าอยากได้
  • ถ้าต้นทุนรวม 28 บาทต่อกล่อง และตั้งเป้าอัตรากำไร 25% ราคาขั้นต่ำคือประมาณ 38 บาท
  • ใช้ KitchenCost ดูต้นทุนวัตถุดิบของเมนูหลัก แล้วบวกค่าส่งตามโซนแยกต่างหาก

วันแรงงานมักมีออเดอร์ข้าวกล่องจากโรงงานและหน่วยงานจำนวนมาก ร้านที่เตรียมดีจะปิดยอดได้เร็ว แต่ถ้าตั้งราคาต่ำเกินไปเพราะอยากได้งาน สุดท้ายอาจทำงานหนักแต่กำไรน้อย

วิธีที่ปลอดภัยคือเริ่มจากการคำนวณต้นทุนจริงต่อกล่อง จากนั้นค่อยกำหนดราคาขายและเงื่อนไขการส่ง


เริ่มจากตัวเลข

  • ตั้งแพ็กเกจกล่องหลักเพียง 1-2 แบบเพื่อคุมงานง่าย
  • แยกค่าขนส่งตามโซนส่งของจริง
  • ใช้รอบผลิตเป็นช่วงเวลาเพื่อลดงานล้นครัว

สูตรคำนวณที่อ่านง่าย

ราคาขายต่อกล่อง = (วัตถุดิบ + บรรจุภัณฑ์ + ค่าแรง + ค่าเสียหาย + ค่าขนส่งเฉลี่ย + ค่าธรรมเนียมรับเงิน) ÷ (1 − อัตรากำไรเป้าหมาย)

ทำไมต้องหารด้วย (1 − อัตรากำไรเป้าหมาย)? เพราะช่วยบอกว่าราคาไหนคือจุดต่ำสุดที่ร้านยังเหลือกำไรตามเป้า อัตรากำไรคือกำไรเทียบกับราคาขาย ถ้าตั้งเป้า 25% แปลว่าในยอดขาย 100 บาท ต้องเหลือกำไรราว 25 บาทหลังหักต้นทุนทั้งหมดในสูตร

ออเดอร์จำนวนมากแบบวันแรงงานมักได้กำไรต่อกล่องไม่สูง ลองเริ่มที่อัตรากำไรราว 20% ถึง 30% ตัวเลขนี้เป็นเพียงแนวทางเริ่มต้น


ตัวอย่างเร็ว (บาท) - ข้าวกล่อง 1 กล่อง

  • วัตถุดิบ: 19 บาท
  • บรรจุภัณฑ์: 3 บาท
  • ค่าแรง: 2.8 บาท
  • ค่าเสียหายเผื่อ: 1 บาท
  • ค่าขนส่งเฉลี่ย: 1.4 บาท
  • ค่าธรรมเนียมรับเงิน: 0.8 บาท

ต้นทุนรวม: 28 บาท

ถ้าตั้งเป้าอัตรากำไร 25%:

28 ÷ (1 − 0.25) = 28 ÷ 0.75 ≈ 37.33 บาท

สามารถทดลองราคาช่วง 38 - 45 บาท ต่อกล่อง ช่วงนี้เป็นตัวอย่างเพื่อใช้ทดสอบจริง


ความผิดพลาดที่เจอบ่อย

หลายร้านรับออเดอร์เกินกำลังเพราะกลัวเสียลูกค้า ผลคือส่งช้าและคุณภาพอาหารไม่คงที่ ทางที่ดีคือกำหนดโควตาต่อรอบตั้งแต่แรก และแจ้งเวลาส่งที่เป็นจริงกับลูกค้า


อ่านต่อ


แหล่งข้อมูลอ้างอิงในไทย


คำนวณใน KitchenCost

ก่อนรับออเดอร์จริง ให้สร้างสูตรของเมนูหรือแพ็กเกจใน KitchenCost จากราคาซื้อและปริมาณที่ใช้ของวัตถุดิบแต่ละอย่าง เพื่อดูต้นทุนวัตถุดิบต่อหน่วย ส่วนค่าแรง ค่าส่ง และของเสียให้บวกแยกตามสูตรด้านบน เมื่อราคาวัตถุดิบเปลี่ยน ต้นทุนของสูตรที่ใช้วัตถุดิบนั้นจะอัปเดตตาม แล้วคุณค่อยตัดสินใจเรื่องราคาขายเอง

ลงมือทำตอนนี้

  • เลือกเมนูข้าวกล่องหลักที่ครัวทำได้เร็วที่สุด
  • คำนวณต้นทุนต่อกล่องพร้อมค่าขนส่งเฉลี่ย
  • คำนวณราคาขายจากสูตร
  • ตั้งโควตาต่อรอบ
  • ติดตามกำไรรายวัน

คำถามที่พบบ่อย

ออเดอร์โรงงานควรตั้งขั้นต่ำเท่าไร?

ควรตั้งขั้นต่ำตามกำลังผลิตจริงของร้าน เช่นจำนวนที่ทำได้โดยไม่ลดคุณภาพ

ต้องคิดค่าขนส่งแยกหรือรวมไปเลย?

แนะนำให้แยกตามโซน เพื่อไม่ให้คำสั่งซื้อระยะไกลกินกำไรของร้าน

ถ้าลูกค้าขอเพิ่มเมนูพิเศษในวันจริงควรทำไหม?

ควรทำเฉพาะกรณีที่มีสต็อกและกำลังคนพอ ไม่อย่างนั้นเสี่ยงต่อการส่งช้า

ควรเก็บมัดจำหรือไม่?

ควรเก็บมัดจำเพื่อยืนยันออเดอร์และช่วยบริหารเงินซื้อวัตถุดิบ

ลองคำนวณต้นทุนสูตรแรกของคุณ

คำนวณต้นทุนสูตรจากราคาซื้อและปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ แล้วดูกำไรจากราคาขายที่คุณกำหนด