หน้าหนาวเป็นช่วงที่งานแต่งเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ ร้านจัดเลี้ยงที่เตรียมราคาไว้ล่วงหน้ามักปิดงานได้ง่าย แต่ถ้าคิดราคาเฉพาะจากวัตถุดิบ ต้นทุนหน้างานจริงอาจสูงจนกำไรหาย
ถ้าคุณอยากรับงานต่อเนื่องแบบไม่ล้าเกินไป เริ่มจากสูตรคำนวณง่าย ๆ ก่อนทุกครั้ง
สรุปก่อนลงมือ (30 วินาที)
- ทำแพ็กเกจชัดเจน 2-3 ระดับให้ลูกค้าเลือกง่าย
- คิดต้นทุนหน้างานให้ครบ ทั้งคน อุปกรณ์ และขนส่ง
- จำกัดจำนวนงานต่อวันเพื่อคุมคุณภาพบริการ
สูตรคำนวณที่ใช้ได้จริง
ราคาขายแพ็กเกจงานแต่ง = (วัตถุดิบ + อุปกรณ์/บรรจุภัณฑ์ + ค่าแรงครัว + ค่าแรงหน้างาน + ค่าเดินทาง + ค่าเสียหาย + ค่าธรรมเนียมรับเงิน) / เป้าหมายต้นทุนอาหาร
ทำไมต้องหารด้วยเป้าหมายต้นทุนอาหาร? เพราะเราต้องรู้ว่าควรขายเท่าไรจึงยังเหลือมาร์จิน ถ้าตั้งเป้า 34% แปลว่ายอดขาย 100 บาท ต้นทุนอาหารควรอยู่ประมาณ 34 บาท
สำหรับงานแต่งฤดูกาลยอดนิยม หลายร้านเริ่มจากช่วง 32% ถึง 36% ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างสำหรับเริ่มประเมินราคา
ตัวอย่างเร็ว (บาท) - งานแต่ง 60 ที่
- วัตถุดิบอาหาร: 7,200 บาท
- อุปกรณ์เสิร์ฟ/บรรจุภัณฑ์: 1,600 บาท
- ค่าแรงครัว: 1,900 บาท
- ค่าแรงหน้างาน: 1,700 บาท
- ค่าเดินทาง: 900 บาท
- ค่าเสียหายเผื่อ: 500 บาท
- ค่าธรรมเนียมรับเงิน: 200 บาท
ต้นทุนรวม: 14,000 บาท
ถ้าใช้เป้าหมายต้นทุนอาหาร 34%:
14,000 / 0.34 = 41,176 บาท
สามารถทดลองราคาที่ช่วง 40,500 - 42,500 บาท ช่วงนี้เป็นตัวอย่างเพื่อคุยราคาเริ่มต้นกับลูกค้า
ความผิดพลาดที่ควรระวัง
หลายร้านรับงานติดกันหลายงานในวันเดียว ทำให้เวลาจัดเตรียมและขนส่งไม่พอ แม้ยอดขายสูง แต่รีวิวลูกค้าอาจเสียได้ ทางที่ปลอดภัยกว่าคือจำกัดรอบงาน และตั้งราคาตามต้นทุนหน้างานจริง
อ่านต่อ
แหล่งข้อมูลอ้างอิงในไทย
ลงมือทำตอนนี้
- เลือกแพ็กเกจงานแต่ง 2 ระดับที่ทีมทำได้จริง
- คำนวณต้นทุนหน้างานรวมค่าเดินทางและค่าแรงให้ครบ
- คำนวณราคาขายจากสูตร
- ตั้งเพดานจำนวนงานต่อวัน
- ติดตามมาร์จินทุกงาน