วันแรงงานมักมีออเดอร์ข้าวกล่องจากโรงงานและหน่วยงานจำนวนมาก ร้านที่เตรียมดีจะปิดยอดได้เร็ว แต่ถ้าตั้งราคาต่ำเกินไปเพราะอยากได้งาน สุดท้ายอาจทำงานหนักแต่กำไรน้อย
วิธีที่ปลอดภัยคือเริ่มจากการคำนวณต้นทุนจริงต่อกล่อง จากนั้นค่อยกำหนดราคาขายและเงื่อนไขการส่ง
สรุปก่อนลงมือ (30 วินาที)
- ตั้งแพ็กเกจกล่องหลักเพียง 1-2 แบบเพื่อคุมงานง่าย
- แยกค่าขนส่งตามโซนส่งของจริง
- ใช้รอบผลิตเป็นช่วงเวลาเพื่อลดงานล้นครัว
สูตรคำนวณที่อ่านง่าย
ราคาขายต่อกล่อง = (วัตถุดิบ + บรรจุภัณฑ์ + ค่าแรง + ค่าเสียหาย + ค่าขนส่งเฉลี่ย + ค่าธรรมเนียมรับเงิน) / เป้าหมายต้นทุนอาหาร
ทำไมยังต้องใช้เป้าหมายต้นทุนอาหาร? เพราะมันช่วยบอกว่าราคาไหนคือจุดต่ำสุดที่ร้านยังอยู่ได้ ถ้าตั้งเป้า 36% แปลว่าในยอดขาย 100 บาท ต้นทุนอาหารควรใกล้ 36 บาท
งานเลี้ยงกลุ่มใหญ่แบบวันแรงงาน หลายร้านเริ่มทดลองที่ช่วง 34% ถึง 38% ตัวเลขนี้เป็นเพียงแนวทางเริ่มต้น
ตัวอย่างเร็ว (บาท) - ข้าวกล่อง 1 กล่อง
- วัตถุดิบ: 19 บาท
- บรรจุภัณฑ์: 3 บาท
- ค่าแรง: 2.8 บาท
- ค่าเสียหายเผื่อ: 1 บาท
- ค่าขนส่งเฉลี่ย: 1.4 บาท
- ค่าธรรมเนียมรับเงิน: 0.8 บาท
ต้นทุนรวม: 28 บาท
ถ้าใช้เป้าหมายต้นทุนอาหาร 36%:
28 / 0.36 = 77.78 บาท
สามารถทดลองราคาช่วง 76 - 82 บาท ต่อกล่อง ช่วงนี้เป็นตัวอย่างเพื่อใช้ทดสอบจริง
ความผิดพลาดที่เจอบ่อย
หลายร้านรับออเดอร์เกินกำลังเพราะกลัวเสียลูกค้า ผลคือส่งช้าและคุณภาพอาหารไม่คงที่ ทางที่ดีคือกำหนดโควตาต่อรอบตั้งแต่แรก และแจ้งเวลาส่งที่เป็นจริงกับลูกค้า
อ่านต่อ
แหล่งข้อมูลอ้างอิงในไทย
ลงมือทำตอนนี้
- เลือกเมนูข้าวกล่องหลักที่ครัวทำได้เร็วที่สุด
- คำนวณต้นทุนต่อกล่องพร้อมค่าขนส่งเฉลี่ย
- คำนวณราคาขายจากสูตร
- ตั้งโควตาต่อรอบ
- ติดตามมาร์จินรายวัน