บล็อก

คู่มือตั้งราคาชุดหมูกระทะหน้าหนาวเดลิเวอรี: ขายดีช่วงอากาศเย็นแบบไม่หลุดมาร์จิน

อัปเดตวิธีตั้งราคาชุดหมูกระทะเดลิเวอรีด้วยสูตรคำนวณเดียว ใช้ข้อมูลไทยล่าสุดและตัวอย่างตามพื้นที่ เพื่อคุมกำไรช่วงหน้าหนาว

เผยแพร่ 6 ก.พ. 2569
·
อัปเดต 12 ก.พ. 2569
หน้าหนาวหมูกระทะเดลิเวอรีตั้งราคาเมนูประเทศไทย
สารบัญ

หน้าหนาวเป็นช่วงที่เมนูหมูกระทะถูกค้นหาและสั่งซื้อสูงขึ้นทันที โดยเฉพาะคำสั่งซื้อช่วงเย็นหลังเลิกงาน ปัญหาที่เจอบ่อยคือยอดขายขึ้นจริง แต่กำไรต่อชุดค่อย ๆ หาย เพราะร้านตั้งราคาจากความคุ้นเคย ไม่ได้อัปเดตต้นทุนล่าสุด

บทความนี้สรุปวิธีคิดราคาแบบใช้ได้จริงสำหรับร้านเล็กถึงกลาง: เริ่มจากสูตรเดียว, ใส่ต้นทุนเดลิเวอรีให้ครบ, แล้วปรับช่วงราคาตามทำเลและกำลังซื้อจริงของลูกค้า

สรุปก่อนเริ่ม

  • ใช้ราคาแบบ “ต้นทุนเต็มต่อชุด” ไม่ใช่เทียบคู่แข่งอย่างเดียว
  • แยกต้นทุนหน้าร้านกับเดลิเวอรี เพราะต้นทุนต่อออเดอร์ไม่เท่ากัน
  • ทบทวนราคาทุก 7 วันในช่วงอากาศเย็นหรือช่วงออเดอร์พีค
  • ใช้ POS/แพลตฟอร์มเป็นวันเริ่มราคาเดียวกัน เพื่อลดความสับสนของทีมและลูกค้า

ทำไมหน้าหนาว 2026 ต้องทบทวนราคาถี่ขึ้น

ข้อมูลกระทรวงพาณิชย์ (TPSO) ระบุว่า CPI เดือนมกราคม 2026 อยู่ที่ 99.91 และเงินเฟ้อทั่วไป -0.66% YoY แต่ในองค์ประกอบสินค้า กลุ่ม อาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ยังเพิ่มขึ้น จากอาหารสำเร็จรูปและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์

พูดง่าย ๆ คือ “เงินเฟ้อรวมอาจดูลง” แต่ต้นทุนจานอาหารจริงของร้านไม่ได้ลงตามอัตโนมัติ

ฝั่งอุปสงค์ ภาครัฐรายงานว่าปี 2024 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35,321,592 คน สร้างรายได้ราว 1,662,461 ล้านบาท พื้นที่ท่องเที่ยวและเมืองศูนย์กลางจึงยังมีโอกาสรับออเดอร์สูงในฤดูเย็น

เมื่อรวมกับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปี 2026 ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 1.0-3.0% ร้านที่ทำเดลิเวอรีควรใช้รอบทบทวนราคาแบบสั้น (รายสัปดาห์) มากกว่ารอปรับราคาแบบรายไตรมาส

สูตรคำนวณราคา (ใช้สูตรเดียวทั้งทีม)

ราคาขายต่อชุด = (วัตถุดิบ + น้ำจิ้ม/เครื่องเคียง + บรรจุภัณฑ์ + ค่าแรง + ค่าเสียหาย + ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม) / เป้าหมายต้นทุนอาหาร

ถ้าตั้งเป้าต้นทุนอาหารไว้ 33% หมายความว่า ทุกยอดขาย 100 บาท ต้นทุนอาหารควรอยู่ราว 33 บาท ดังนั้นต้องรวมต้นทุนให้ครบก่อน แล้วค่อยหารสูตรเพื่อได้ “ราคาขั้นต่ำที่ยังมีกำไร”

สำหรับหมูกระทะเดลิเวอรี หลายร้านเริ่มทดสอบที่เป้าต้นทุนอาหาร 30%-35% จากนั้นค่อยขยับตามข้อมูลจริงของร้านและพื้นที่ขาย

ตัวอย่างคำนวณ: ชุดหมูกระทะ 2 คน (เดลิเวอรี)

  • วัตถุดิบเนื้อและผัก: 190 บาท
  • น้ำจิ้มและเครื่องเคียง: 40 บาท
  • กล่อง/ถุง/ภาชนะ: 35 บาท
  • ค่าแรง: 55 บาท
  • เผื่อของเสีย: 15 บาท
  • ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม/รับเงิน: 20 บาท

ต้นทุนรวม: 355 บาท

ถ้าเป้าต้นทุนอาหาร 33%:

355 / 0.33 = 1,076 บาท

ช่วงราคาที่ทดลองได้ เช่น 1,059-1,119 บาท จากนั้นให้ดูยอดสั่งจริงและกำไรต่อชุด 7 วัน แล้วค่อยล็อกราคา

ตัวอย่างปรับราคาตามพื้นที่ (ใช้ตรรกะเดียวกัน)

พื้นที่ขายหลักสิ่งที่มักเกิดขึ้นแนวทางตั้งราคา
กรุงเทพฯ และปริมณฑลออเดอร์ช่วงเย็นแน่น, แข่งโปรสูงแยกราคาเดลิเวอรีชัดจากหน้าร้าน และจำกัดโปรในช่วงเวลาที่กำหนด
เมืองท่องเที่ยว (เชียงใหม่/ภูเก็ต)วันธรรมดา-วันหยุดแกว่งแรงตั้งราคา baseline สำหรับวันธรรมดา และใช้ชุดพรีเมียมในช่วงพีค
หัวเมืองภูมิภาคลูกค้าซ้ำสูง, ไวต่อความคุ้มค่าทำชุด 2 คนราคาเข้าถึงง่าย + อัปเซลน้ำจิ้ม/เครื่องเคียงเพิ่มมาร์จิน

หัวใจคืออย่าบังคับใช้ราคาเดียวทุกพื้นที่ ให้ยึดสูตรเดียว แต่ปรับ “ช่วงราคา” ตามพฤติกรรมลูกค้าและต้นทุนหน้างานของแต่ละสาขา

จุดพลาดที่ทำให้กำไรหายบ่อย

  1. คิดเฉพาะวัตถุดิบ แต่ไม่ใส่บรรจุภัณฑ์และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
  2. เปิดโปรส่งฟรีทั้งวัน จนกำไรต่อชุดติดลบโดยไม่รู้ตัว
  3. ใช้ราคาเดียวกันทุกช่องทาง ทั้งที่ต้นทุนต่างกัน
  4. ไม่กำหนดรอบรับออเดอร์ ทำให้ครัวล้นและเกิดของเสีย

ลงมือทำทันที

  • เลือกชุดหลัก 2 ขนาด แล้วล็อกสูตรวัตถุดิบให้คงที่
  • บันทึกต้นทุนจริงครบทุกส่วน (รวมกล่อง น้ำจิ้ม ค่าธรรมเนียม)
  • คำนวณราคาขั้นต่ำจากสูตร และตั้งช่วงราคาทดลอง 7 วัน
  • กำหนดรอบรับออเดอร์ช่วงเย็นเพื่อลดงานค้าง
  • ทบทวนมาร์จินจริงทุกสัปดาห์ในฤดูเย็น

อ่านต่อ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง (ตรวจสอบล่าสุด: 2026-02-12)

คำถามที่พบบ่อย

ช่วงอากาศเย็นควรทำชุดหมูกระทะกี่ขนาด?

เริ่มที่ 2 ขนาดก่อน เช่น 2 คนและ 4 คน จะคุมสต็อกและเวลาจัดชุดได้ง่ายกว่าการเปิดหลายไซซ์พร้อมกัน

ต้องคิดต้นทุนน้ำจิ้มและถ่านหรือเตาไฟฟ้าไหม?

ต้องคิดทั้งหมด เพราะเป็นต้นทุนจริงที่เกิดกับทุกออเดอร์

ค่ากล่องเดลิเวอรีควรบวกยังไง?

ให้รวมในต้นทุนต่อชุดก่อนหารด้วยเป้าต้นทุนอาหาร แล้วค่อยกำหนดราคาขาย จะเห็นกำไรจริงชัดกว่า

ควรเปิดโปรส่งฟรีทุกช่วงเวลาหรือไม่?

ไม่ควรเปิดทั้งวัน ควรกำหนดช่วงเวลาและจำนวนสิทธิ์ เพื่อไม่ให้กำไรต่อชุดหายไปกับคำสั่งซื้อช่วงพีค

ลองคำนวณต้นทุนสูตรแรกของคุณ

ใส่ราคาวัตถุดิบ แล้วดูต้นทุน มาร์จิน และราคาขายได้ทันที