ช่วงปลายปีเป็นโอกาสใหญ่ของกระเช้าของขวัญ แต่หลายร้านเจอปัญหาต้นทุนแพ็กเกจพุ่ง
ถ้าไม่คำนวณให้ครบ ยอดขายดีแค่ไหนก็เหนื่อยฟรีได้
สรุปก่อนลงมือ (30 วินาที)
- ราคากระเช้าต้องคำนวณทั้งสินค้าและวัสดุจัดชุด
- จำกัดระดับราคาให้ทีมทำงานเร็วขึ้น
- ตรวจต้นทุนวัสดุทุกสัปดาห์ในช่วงปลายปี
สูตรคำนวณง่ายๆ
ราคากระเช้า = (สินค้าในกระเช้า + วัสดุแพ็กเกจ + ค่าแรง + ของเสีย + ค่าธรรมเนียม) / เป้าหมายต้นทุนอาหาร
เป้าหมายต้นทุนอาหารที่นิยมใช้: 30% ถึง 35%
ตัวอย่าง (บาท) - กระเช้าขนาดกลาง
- สินค้าในกระเช้า: 310 บาท
- ตะกร้า + พลาสติกห่อ + โบว์: 95 บาท
- ป้าย/การ์ด: 20 บาท
- ค่าแรงจัดชุด: 70 บาท
- ของเสียและสำรอง: 25 บาท
- ค่าธรรมเนียมจ่ายเงิน: 10 บาท
ต้นทุนรวม: 530 บาท
ถ้าใช้เป้าหมายต้นทุนอาหาร 34%:
530 / 0.34 = 1,559 บาท
ช่วงราคาที่ทดสอบ: 1,490 - 1,650 บาท
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- เปลี่ยนรายการในกระเช้าบ่อยเกินไป
- ไม่คิดค่าห่อกันกระแทกตอนจัดส่ง
- รับออเดอร์ด่วนทุกเคสโดยไม่คิดค่าเร่ง
- ไม่มีแผนสำรองวัสดุแพ็กเกจ
แผนทำงานช่วงไฮซีซัน
- กำหนดรายการสินค้าคงที่ในแต่ละระดับราคา
- ล็อกวันสุดท้ายสำหรับแก้ไขออเดอร์
- แบ่งทีมผลิตและทีมแพ็กแยกกัน
- เช็กมาร์จินทุก 2 วัน
แหล่งข้อมูลอ้างอิงในไทย
ลงมือทำตอนนี้
- เลือกกระเช้าของขวัญ 2-3 ระดับราคา
- จดต้นทุนจริงให้ครบ ทั้งสินค้าและวัสดุแพ็กเกจ
- คำนวณราคาขายจากเป้าต้นทุนอาหาร
- ล็อกวันปิดรับออเดอร์
- เช็กมาร์จินทุก 2 วัน