บล็อก

คู่มือตั้งราคาสแน็กบ็อกซ์วันรับปริญญา: ขายได้เยอะและคุมกำไรได้จริง

วิธีคำนวณราคาสแน็กบ็อกซ์วันรับปริญญาแบบง่าย มีตัวอย่างบาทจริง แนวทางพรีออเดอร์ และ FAQ สำหรับร้านอาหารขนาดเล็ก

เผยแพร่ 6 ก.พ. 2569
รับปริญญาสแน็กบ็อกซ์ตั้งราคาต้นทุนอาหารประเทศไทย
สารบัญ

ช่วงรับปริญญาเป็นจังหวะที่ยอดสั่งสแน็กบ็อกซ์ขึ้นเร็วมาก แต่หลายร้านเจอปัญหาเดียวกัน คือรับออเดอร์เยอะแล้วเหนื่อยฟรี เพราะตั้งราคาต่ำเกินไปตั้งแต่แรก

บทความนี้จะช่วยให้คุณตั้งราคาแบบเข้าใจง่าย และยังรักษาคุณภาพงานส่งลูกค้าได้


สรุปสั้นก่อนเริ่ม (30 วินาที)

  • ทำแพ็กเกจหลัก 2 แบบ เพื่อลดความซับซ้อน
  • คิดต้นทุนตกแต่งและแพ็กเกจให้ครบ
  • ตั้งโควตาพรีออเดอร์ต่อวันเพื่อคุมงานหน้าเตา

สูตรคำนวณแบบง่ายมาก

ราคาขายต่อกล่อง = (วัตถุดิบ + บรรจุภัณฑ์ + ค่าแรง + ค่าเสียหาย + ค่าธรรมเนียมรับเงิน) / เป้าหมายต้นทุนอาหาร

ทำไมต้อง “หารด้วยเป้าหมายต้นทุนอาหาร”? เพราะเราต้องการรู้ราคาขั้นต่ำที่ร้านยังมีกำไรพออยู่รอด ถ้าตั้งเป้า 35% แปลว่าในยอดขาย 100 บาท ต้นทุนอาหารควรอยู่ราว 35 บาท

สำหรับงานฤดูกาลแบบรับปริญญา ช่วง 32% ถึง 38% มักใช้เป็นจุดเริ่มต้น แต่เป็นตัวเลขตัวอย่างเท่านั้น ต้องปรับตามย่านลูกค้าและคุณภาพวัตถุดิบ


ตัวอย่างราคา (บาท) - สแน็กบ็อกซ์มาตรฐาน

  • วัตถุดิบอาหารและเครื่องดื่ม: 44 บาท
  • กล่อง ทิชชู สติ๊กเกอร์: 11 บาท
  • ค่าแรง: 9 บาท
  • เผื่อของเสีย: 3 บาท
  • ค่าธรรมเนียมรับเงิน: 2 บาท

ต้นทุนรวม: 69 บาทต่อกล่อง

ถ้าตั้งเป้าต้นทุนอาหาร 35%:

69 / 0.35 = 197 บาท

ช่วงราคาทดลองขายได้ประมาณ 195 - 209 บาท ช่วงนี้เป็นตัวอย่างเพื่อให้เริ่มตั้งราคาได้เร็วขึ้น ไม่ใช่ราคาตายตัวสำหรับทุกร้าน


จุดที่พลาดบ่อยในช่วงรับปริญญา

หลายร้านรับเปลี่ยนเมนูรายกล่องแบบไม่จำกัด สุดท้ายทีมครัวทำงานช้าลงและต้นทุนพุ่งขึ้น

อีกจุดที่พลาดคือไม่กำหนดเวลาปิดรับออเดอร์ ทำให้ต้องซื้อวัตถุดิบด่วนในราคาสูงและกำไรหายไปเอง

ทางที่ปลอดภัยคือกำหนดเมนูตายตัวต่อแพ็กเกจ พร้อมประกาศ cut-off time ให้ลูกค้าเห็นตั้งแต่หน้าโพสต์


อ่านต่อ


แหล่งข้อมูลอ้างอิงในไทย


ลงมือทำตอนนี้

  • ตั้งแพ็กเกจสแน็กบ็อกซ์ 2 แบบให้ชัดเจน
  • คำนวณต้นทุนจริงต่อกล่องให้ครบทุกรายการ
  • คำนวณราคาขายจากสูตร
  • ตั้งโควตาพรีออเดอร์รายวัน
  • ทบทวนมาร์จินหลังขาย 3 วันแรก

คำถามที่พบบ่อย

ช่วงรับปริญญาควรมีสแน็กบ็อกซ์กี่แบบ?

เริ่มจาก 2 แบบพอ เช่น แบบคุ้มค่าและแบบพรีเมียม จะจัดการวัตถุดิบง่ายกว่า

ต้นทุนโบว์ ป้ายชื่อ และการตกแต่งต้องคิดไหม?

ต้องคิด เพราะของชิ้นเล็กเหล่านี้รวมกันแล้วกระทบกำไรชัดเจน

ควรรับออเดอร์แบบพรีออเดอร์เท่านั้นไหม?

แนะนำให้พรีออเดอร์เป็นหลัก เพื่อคุมจำนวนผลิตและลดของเหลือทิ้ง

จำเป็นต้องเก็บมัดจำจากออเดอร์กลุ่มเพื่อนบัณฑิตไหม?

ควรเก็บ 30% ถึง 50% เพื่อลดความเสี่ยงยกเลิกกะทันหัน

ลองคำนวณต้นทุนสูตรแรกของคุณ

ใส่ราคาวัตถุดิบ แล้วดูต้นทุน มาร์จิน และราคาขายได้ทันที